วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555


หญิง ชายสมัยนี้เป็นคู่ซี้กันมากขึ้น มากกว่าเพศเดียวกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน กระทั่งเพื่อนๆ มองว่า เป็นคู่รัก มากกว่า เพื่อน เพราะรู้และเข้าใจทุกอารมณ์ของกันและกัน บางคู่เมื่อหญิงและชาย แยกไปมีคนรักอย่างจริงจัง ฝ่ายที่เหลืออยู่ จะรู้สึกเหงาและเดียวดาย ส่วนผู้ที่จากไป จะรู้สึกกังวล ห่วงใย กระทั่งคู่รักเกิดความหึงหวง ต้องแยกจากกันอย่างจริงจัง แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใดก็ตาม

หลายคนถูก เพื่อนตั้งคำถาม “ทำไมไม่จีบเป็นแฟนซะเลยหละ” ผู้หญิงจะตอบว่า “รู้ไส้รู้พุง” ผู้ชายจะตอบว่า “กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกระโหลก” แต่ทั้งสอง รู้ซึ้งถึงทุกอารมณ์ของกันและกัน รู้ในสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ กิน ไม่กิน แทบจะพูดได้ว่า แค่ขยับตัวก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึก และต้องการอะไร การรู้ไส้ รู้พุง กันมากเกินไป ทำให้รักกันไม่ได้ เปล่าเลย – ความจริงคือ คนสองคนไม่เคยมีบรรยากาศของความหวานซึ้ง อาจจะเคยมี แต่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นเป็นเรื่องขบขัน

คนแบบนี้หวงเพื่อนยิ่งกว่า จงอางหวงไข่ กว่าคนที่มีหัวใจจะบุกทะลวงผ่านมาได้ ต้องใช้ความพยายาม จนเพื่อนรักยอมรับ คู่ซี้แบบนี้จำนวนมากต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด เมื่อสูญเสียอีกคนไป ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจากไปก่อนเสมอ ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอ่อนไหว แต่เธอกลัว กลัวถูกทิ้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นเพื่อนที่เธอรัก รักมาก แต่เธอไม่รู้ว่า วันใดเขาจะมีคนรัก และจากเธอไป
ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงตอบรับความรักของชายหนุ่มที่มาบอกรักเธอ เพื่อนซี้บางคนถึงกับโวยวายว่า จะมีแฟนทำไมไม่บอก เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อเธอแคร์ความรู้สึกของเขา กลัวเขาเจ็บปวด กลัวเขาโกรธ… ถึงอย่างไร

เธอไม่มีทางออก แม้ว่า บางครั้งแววตาของเขาจะเต็มไปด้วยแววตัดพ้อต่อว่า เพื่อซี้บางคนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกถามว่า
“อยากมีแฟนทำไมไม่บอก ฉันหาให้ก็ได้” หรือ “ฉันนี่ไงแฟนเธอ แหม! คนเขารู้กันทั่ว” รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ซี้กัน

อันที่จริง ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของคนสองคน สนิทแนบแน่นกว่าคนรัก และคนรักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับเพื่อนซี้เสมอ เช่น
จะ ต้องคอยบอกคนรักว่าชอบไม่ชอบ จึงคิดถึงเพื่อนซี้ว่า ถ้าเป็นเพื่อนซี้ ไม่ต้องให้บอกว่า ไม่กิน ไม่ชอบ ไม่ไป ไม่เอา การแยกจากเพื่อนซี้กลายเป็นความระทมขมขื่น อันที่จริง การที่คนสองคนมีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้ แม้บนความเข้าใจนั้นจะอยู่บนพื้นฐานของความก้าวร้าวบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ คู่รักบางคู่โกรธกัน กล่าวคำหยาบคายยิ่งกว่าเพื่อนกับเพื่อน

คำว่า “เพื่อน” ต่างหาก ที่กางกั้น “ความรัก” ความรู้สึกละอายใจเกินไป ไม่กล้าเอ่ยคำว่า “รักเธอ” ความสนิทสนมมากเกินไป เกรงว่าจะได้รับเสียงหัวเราะแทนการตอบรับ รู้สถานภาพของกันและกันมากเกินไป กลัวจะได้รับการดูแคลน เล่นหัวกันจนหวั่นว่า จะไม่มีความซาบซึ้ง ใกล้ชิดกันมากจนคิดว่า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ เหนือกว่าความหวาดกลัวทั้งหมด คือการกลัวความสูญเสีย “สูญเสียความรักระหว่างเพื่อนกับเพื่อน” บางรายเจ็บช้ำยิ่งกว่านั้น ถูกคนนอกวานให้เป็น พ่อสื่อ แม่สื่อ และคนที่ถูกเสนอ มักเกิดความโกรธ น้อยใจ ตัดสินใจรับรักประชดเพื่อนซี้ ต่างก็เจ็บปวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

…. ใครที่แอบรักเพื่อนอยู่ ก่อนจากกันไปเรียน หรือไปอยู่ ที่อื่น อย่าลืม… บอกให้เค้ารู้ตัว ไม่แน่นะ เค้าอาจจะแอบชอบเราอยู่เหมือนกัน ก็เป็นไปได้
 

 
 
 
 * บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง
    * ไม่ผิดหากจะรักคนมีเจ้าของ แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน
    * หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก และยืนเฉยๆเพื่อรับมัน ไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
    * ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ การมอบความรักมันอิ่มเอม และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน
    * ความรัก จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของคนสองคน
    * ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆชีวิตเขา
    * คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย
    * ความรัก ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความรัก
    * แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า
    * ในวันที่ความรักคงที่ สารกระชุ่มกระชวยงดทำงาน สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ ความเข้าใจล้วนๆ
    * ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึงหอมหวาน และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก
    * บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก มักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
    * ผู้ชายแสดงความรักด้วยการกระทำ ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่ารัก จากคำพูด

    * ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ ที่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง
    * ความอดทน จะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความพยายาม จะทำให้เราสองคนยังคงอยู่ ความไว้ใจ จะทำให้ความรักของเราแข็งแกร่ง ความซื่อสัตย์ จะทำให้ความรักของเรามั่นคง ความเสมอต้นเสมอปลาย จะทำให้ความรักของเราสวยงาม และสุดท้ายความรักก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน
    * สิ่งเหล่านี้จะทำให้สายใยบาง ๆ ของความรัก กลายเป็นเชือกเส้นหนาที่ผูกคนสองคนไว้ด้วยกัน มันจะเป็นเชือกที่มัดเราไว้ด้วยกัน เป็นเชือกที่ทำให้เราไม่อึดอัด เราจะไม่ดิ้นรนที่จะพยายามหลุดออกจากเชือกเส้นนี้
    * เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้ เขาเป็นคนดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้ เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆ กลับมาได้อีก เหมือนเวลาที่ไม่สามารถย้อนเดินกลับ
    * ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต อย่าคิดว่าอดีตจะมีวันหวนคืน
    * อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้ อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป..
    * วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า.. ที่เคยทำให้คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว..จงอย่าเดินเลี่ยงมันไป อีก เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา.. ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...

    * คนที่รักคนที่เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน ชีวิตคนคนหนึ่งจะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมาสักกี่คน ใครที่บอกว่ารักคุณแล้วพยายามจะเปลี่ยนคุณ ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง
    * จงเชื่อในพรหมลิขิต จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้
    * อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้ อย่าบอกว่ารัก..ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล้ ๆ อย่าบอกว่าไม่คิดถึง..ถ้าหัวใจไม่อาจลืม อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้าเพิ่งจากกันไม่ถึง 1 นาที
    * อย่าปล่อยให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราหลุดลอยไป ลองคุยกันมากขึ้น รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยใจ จะทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้รู้จักความรัก อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งมีน้ำตา ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังดีใจ อย่าปล่อยให้ใครอีกคนหนึ่งยิ้ม ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้ อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งพูด ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการฟัง
    * ความรักต้องมาจากความรู้สึกของคนสองคน.. อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหยิบยื่น แต่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการ

    * เพราะรักในแบบของใคร ก็เป็นแบบของมันไม่มีแบบแผนตายตัว จงอย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่ ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะอยากจะมีใครสักคน
    * อย่าเปลี่ยนตัวเองเพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน วันหนึ่งคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรัก ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง
    * อย่าหลงในรสชาติของความรักเสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว
    * คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณโดยที่คุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า คนที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง ขอเพียงเดินเคียงข้างกัน คนที่ไม่บังคับให้คุณทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์และให้เกียรติคุณ ...นั่นแหละ คือคนที่รักคุณจริง..... จงถนอมคนเหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ.. เพราะคุณจะเสียใจ หากเขาเปลี่ยนไปหยิบยื่นความโชคดีที่ควรจะเป็นของคุณ ไปให้คนอื่น

    * "ความรัก" ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มนุษย์มีอยู่มากมายราวกับว่าจะไม่มีวันหมด แต่สิ่งที่มนุษย์มีอยู่จำกัดจนดูเหมือนคับแคบเห็นแก่ตัว ก็คือ "ความอดทน" ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้อง "อดทน" กับปัญหาต่างๆ รอบข้าง เพื่อรักษาความรักนั้นไว้ให้ยั่งยืน
    * แต่ในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อใดที่สิ้นรักเมื่อนั้น "ความอดทน" ก็หามีไม่ สิ่งใดที่เคยทนได้ก็กลับแปรเปลี่ยนไป สิ่งใดที่เคยเห็นดี เห็นชอบ กลับกลายเป็นขวางหูขวางตา ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งกระทำต่อตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ท้ายที่สุดเราเป็นฝ่ายทอดทิ้งให้ความรักนั้นต้องจบลง
    * บางครั้งความรักนั้นอาจจบลงทั้งๆ ที่ความรู้สึกรักของเรายังมีอยู่เต็มหัวใจ เพียงแต่การถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง "ความอดทน" บอกให้เราต้องไป...ไปทั้งที่ยัง "รัก" เพราะหากรักแล้วต้องเจ็บ ต้องช้ำ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็น่าจะหมายถึง "การจากไปในวันนี้เพื่อที่จะเข้มแข็งและลุกขึ้นได้ใหม่ในวันข้างหน้า" อย่างนั้นมิใช่หรือ
    * "หากรักแล้วต้องร้องไห้ไปตลอดชีวิต ตนขอเลือกที่จะร้องไห้สองสามวันแล้วยิ้มไปตลอดชีวิตที่ดีกว่า"
    * สุดท้ายก็ขั้นอยู่กับตัวเองแล้วล่ะนะ ว่าจะร้องไห้ไปตลอดชีวิต หรือร้องไห้แค่วันนี้แล้วยิ้มไปตลอดชีวิต ชีวิตเรา ๆ สามารถเลือกเองได้จริงมั้ย?
    * "คนร่วมทาง" คนเราคบหาร่วมทางกัน มีค่าตรงที่รู้จักกัน คนเรารู้จักคุ้นเคยกัน มีค่าตรงที่รู้ใจกัน คนเรารู้ใจกันแล้วจากกัน มีค่าตรงที่อยู่ในความทรงจำที่ดีของกัน
    * นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจะรักอย่างไรก็อย่าให้ตาบอดเสียล่ะ เมื่อวันหนึ่งความอดทนบอกเราว่าถึงเวลาแล้ว ก็ควรจะรับฟังไว้บ้างก็แล้วกัน เราเป็นผู้กำหนดชีวิตของเราเองมิใช่หรือ
 

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บันทึกความดีประจำวันอังคาร ที่5 มิ.ย. 55

1.ช่วยแม่ทำงานบ้าน
2.ช่วยเพื่อนทำงาน
3.ให้เพื่อนยืมปากกาลบคำผิด
4.ส่งงานให้เพื่อน
5.ไหว้พ่อ-แม่ ก่อนออกจากบ้าน